ข้อมูลทั่วไปและข้อมูลทรัพยากร

     อำเภอสวนผึ้ง เดิมมีสถานะเป็น “ตำบลสวนผึ้ง” อยู่ในเขตการปกครองของอำเภอจอมบึง         จังหวัดราชบุรี ต่อมาเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2517 ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งเป็น กิ่งอำเภอสวนผึ้ง โดยแยกพื้นที่ออกจากตำบลสวนผึ้ง ตำบลป่าหวาย และตำบลบ้านบึง ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะภูมิประเทศ   และความจำเป็นด้านการบริหารราชการแผ่นดินในพื้นที่ชายแดน เนื่องจากภูมิประเทศของสวนผึ้งเป็นพื้นที่     แนวเทือกเขาตะนาวศรีที่กั้นระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ลักษณะภูมิประเทศดังกล่าวมีความทุรกันดาร การคมนาคมไม่สะดวก อีกทั้งยังมีประชาชนเชื้อสายกะเหรี่ยงอาศัยอยู่เป็น     จำนวนมาก การดูแลและจัดการด้านการปกครองจึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก

     เพื่อบรรเทาปัญหาและสนับสนุนการพัฒนา รัฐบาลได้จัดส่ง หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 70 กรป.กลาง ประกอบด้วยกำลังพลจากสามเหล่าทัพและข้าราชการพลเรือน เข้ามาดำเนินงานด้านการพัฒนาในมิติสำคัญ อาทิ การยกระดับเศรษฐกิจ การสร้างเส้นทางคมนาคม และการเสริมสร้างความมั่นคงทางการเมือง          การจัดตั้งกิ่งอำเภอในครั้งนั้นจึงมีความสำคัญในฐานะกลไกของรัฐในการขยายการบริหารราชการไปสู่พื้นที่ชายแดน

     ต่อมา เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2526 กิ่งอำเภอสวนผึ้งได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น “อำเภอสวนผึ้ง” อย่างเป็นทางการ และในปี พ.ศ. 2528 ได้มีการจัดตั้งสุขาภิบาลสวนผึ้ง เพื่อบริหารจัดการท้องถิ่นให้มีความเป็นระบบมากยิ่งขึ้น ก่อนพัฒนาต่อมาเป็นเทศบาลในปัจจุบัน

     ที่มาของชื่อ “สวนผึ้ง”มีรากฐานจากลักษณะภูมิประเทศและระบบนิเวศของพื้นที่ โดยทั่วไป บริเวณดังกล่าวมีป่าไม้ใหญ่เขียวชอุ่ม สายน้ำภาชีซึ่งแม้จะไม่กว้างใหญ่ แต่เป็นลำธารที่มีน้ำไหลเชี่ยวตลอดทั้งปี      หล่อเลี้ยงทั้งผู้คน พืชพันธุ์ และสัตว์นานาชนิด ในแนวป่าลึกชายแดนไทย–เมียนมามีต้นไม้ใหญ่ขนาดหลายคนโอบ ที่เป็นแหล่งรวมของผึ้งและแมลงมิ้มในการสร้างรังขนาดมหึมา รังหนึ่งกว้างเป็นเมตร และต้นหนึ่งอาจมีมากกว่าสองร้อยรัง

     สำหรับชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ ต้นไม้ชนิดนี้ถูกเรียกว่า “ไหมซ่าเลียง” ส่วนชาวไทยเรียกว่า “ต้นชวนผึ้ง” หรือ “ต้นยวนผึ้ง” ด้วยเหตุที่เป็นไม้ซึ่งผึ้งนิยมมาทำรังจำนวนมาก จึงกลายมาเป็นที่มาของชื่อ “สวนผึ้ง” อันสะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตดั้งเดิมของผู้คนในพื้นที่ได้อย่างลึกซึ้ง

ข้อมูลภูมิประเทศและภูมิอากาศ

·      ที่ตั้งและอาณาเขต

อำเภอสวนผึ้ง (พิกัดภูมิศาสตร์ 13°32′36″ N 99°20′24″ E) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดราชบุรีโดยมีพื้นที่ก้ำกึ่งติดกับชายแดนประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งเทือกเขาตะนาวศรีทำหน้าที่เป็นพรมแดนทางธรรมชาติที่สำคัญ พื้นที่อำเภอห่างจากตัวเมืองราชบุรีประมาณ 56 กิโลเมตร และห่างจากกรุงเทพมหานคร (เส้นทางถนน) โดยประมาณ 153 กิโลเมตร จึงถือเป็นเขตแดนที่มีกลยุทธ์ทั้งเชิงภูมิศาสตร์และวัฒนธรรม

ทิศเหนือ            ติดต่อ       อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี

ทิศใต้               ติดต่อ       อำเภอบ้านคา  จังหวัดราชบุรี

ทิศตะวันออก      ติดต่อ       อำเภอจอมบึง  จังหวัดราชบุรี

ทิศตะวันตก        ติดต่อ       ประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์

• ภูมิประเทศ
อำเภอสวนผึ้งมีลักษณะภูมิประเทศที่โดดเด่นเป็นสองรูปแบบหลัก ได้แก่ พื้นที่ภูเขาสูงและพื้นที่ราบสูง ซึ่งแตกต่างกันทั้งด้านธรณีสัณฐาน ดิน และศักยภาพการใช้ประโยชน์ ดังนี้
1. พื้นที่ภูเขาสูงตั้งอยู่บริเวณแนวเทือกเขาตะนาวศรี
ซึ่งเป็นพรมแดนธรรมชาติที่กั้นเขตแดนระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยอยู่ในเขตตะวันตกของจังหวัดราชบุรี พื้นที่ดังกล่าวมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 200–1,000 เมตร มีลักษณะป่าที่อุดมสมบูรณ์ ได้แก่ ป่าดิบ ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง ถือเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ แต่พื้นดินบริเวณนี้มีความเป็นกรดสูง และมีความสามารถอุ้มน้ำต่ำ ซึ่งไม่เอื้อต่อการทำเกษตรกรรมเชิงพาณิชย์
2. พื้นที่ราบสูงและที่ราบลุ่มน้ำ
พื้นที่ในเขตอำเภอที่เป็นราบสูงนั้น มี แม่น้ำภาชี ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสายหลักของพื้นที่ไหลผ่าน ดินในบริเวณนี้มักเป็น ดินร่วนปนทรายหรือดินเหนียวปนทราย ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ธรรมชาติตั้งแต่ระดับต่ำถึงปานกลาง แต่ในบางพื้นที่ที่ผ่านการถมและยกร่องสำหรับทำการเกษตรพบว่า ดินมีปฏิกิริยาความเป็นกรด–ด่างอยู่ในช่วง pH 6.0–7.0 ซึ่งเอื้อต่อการปลูกไม้ผลและพืชไร่หลากชนิด
นอกจากนี้ บริเวณอำเภอสวนผึ้งยังอยู่ในเขตที่มีฝนตกน้อยกว่าพื้นที่อื่นของจังหวัดราชบุรี เนื่องจากเทือกเขาตะนาวศรีกั้นลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จากมหาสมุทรอินเดียไว้ ทำให้มีสภาวะกึ่งแห้งแล้งในช่วงฤดูแล้งตามธรรมชาติ

• ภูมิอากาศ

อำเภอสวนผึ้งมีภูมิอากาศแบบมรสุมเขตร้อนซึ่งแบ่งออกเป็นสามฤดูที่ค่อนข้างชัดเจน ได้แก่ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว โดยแต่ละฤดูมีอิทธิพลจากลมและมรสุมที่แตกต่างกัน ทำให้สภาพภูมิอากาศและปริมาณฝนเฉลี่ยมีลักษณะเฉพาะตัว
ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์จนถึงกลางเดือนพฤษภาคม ในช่วงนี้อำเภอสวนผึ้งได้รับอิทธิพลจากลมตะวันออกและลมฝ่ายใต้ ส่งผลให้เกิดสภาพอากาศร้อนอบอ้าว อุณหภูมิเฉลี่ยสูงที่สุดของปีอยู่ในช่วงเดือนเมษายน โดยอาจสูงถึงประมาณ 43 องศาเซลเซียส ขณะเดียวกันยังมีโอกาสเกิดพายุฤดูร้อน โดยเฉพาะในเดือนมีนาคมถึงเมษายน ซึ่งมักมาพร้อมกับฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง
ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนพฤศจิกายน สามารถแบ่งได้เป็นสองระยะ ระยะแรกตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม พื้นที่ได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดพาความชื้นจากมหาสมุทรอินเดียและทะเลอันดามันเข้ามา แต่ด้วยลักษณะภูเขาของแนวตะนาวศรีซึ่งกั้นอยู่ทางทิศตะวันตก ทำให้พื้นที่เชิงเขาได้รับปริมาณน้ำฝนไม่มากนักเมื่อเทียบกับพื้นที่ราบลุ่มแม่กลอง ระยะที่สองตั้งแต่เดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน อิทธิพลของร่องมรสุมที่เลื่อนลงมาปะทะแนวเขาตะนาวศรี ทำให้เกิดฝนตกชุกและตกหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอสวนผึ้ง บ้านคา จอมบึง และโพธาราม จึงมักประสบปัญหาอุทกภัยหรือน้ำป่าไหลหลากเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้ ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยทั้งปีของอำเภอสวนผึ้งอยู่ที่ประมาณ 1,592 มิลลิเมตร โดยเดือนตุลาคมเป็นเดือนที่มีฝนตกชุกที่สุด คิดเป็นปริมาณฝนเฉลี่ยกว่า 200 มิลลิเมตร
ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ พื้นที่ได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งพัดพาอากาศเย็นและแห้งจากประเทศจีนลงมาปกคลุม ส่งผลให้สภาพอากาศโดยทั่วไปมีความหนาวเย็น โดยเฉพาะพื้นที่เชิงเขาและหุบเขามีอุณหภูมิลดต่ำกว่าพื้นที่ราบทั่วไป อุณหภูมิเฉลี่ยในเดือนธันวาคมซึ่งเป็นเดือนที่หนาวที่สุดอยู่ที่ประมาณ 18–28 องศาเซลเซียส ในช่วงนี้ฝนตกน้อยมาก บางเดือนแทบไม่มีฝนเลย ทำให้ภูมิประเทศมีความเหมาะสมต่อการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ต้องการบรรยากาศเย็นสบาย
กล่าวโดยสรุป สวนผึ้งเป็นพื้นที่ที่มีความแตกต่างทางภูมิอากาศตามฤดูกาลอย่างชัดเจน ฤดูร้อนร้อนจัด ฤดูฝนมีความเสี่ยงจากฝนหนักและน้ำป่า ส่วนฤดูหนาวมีอากาศเย็นสบาย องค์ประกอบเหล่านี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างภูมิประเทศภูเขา ป่าไม้ และอิทธิพลของมรสุม ซึ่งล้วนส่งผลต่อวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และการพัฒนาท้องถิ่นในพื้นที่แห่งนี้

ข้อมูลด้านการปกครอง

• อำเภอสวนผึ้งแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 4 ตำบล 37 หมู่บ้าน โดยประกอบด้วย
1. ตำบลสวนผึ้ง มีจำนวน 8 หมู่บ้าน
2. ตำบลป่าหวาย มีจำนวน 9 หมู่บ้าน
3. ตำบลท่าเคย มีจำนวน 13 หมู่บ้าน
4. ตำบลตะนาวศรี มีจำนวน 7 หมู่บ้าน
• ท้องที่อำเภอสวนผึ้งประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 6 แห่ง ได้แก่
1. เทศบาลตำบลบ้านชัฏป่าหวาย ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลป่าหวายและตำบลท่าเคย
2. เทศบาลตำบลสวนผึ้ง ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลสวนผึ้ง
3. องค์การบริหารส่วนตำบลสวนผึ้ง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสวนผึ้ง
4. องค์การบริหารส่วนตำบลป่าหวาย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลป่าหวาย
5. องค์การบริหารส่วนตำบลท่าเคย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลท่าเคย
6. องค์การบริหารส่วนตำบลตะนาวศรี ครอบคลุมพื้นที่ทั้งตำบลตะนาวศรี

ข้อมูลด้านประชากร

แผนภูมิแสดงโครงสร้างประชากรอำเภอสวนผึ้ง จำแนกตามเพศและอายุ ณ 1 กรกฎาคม 2568

ตารางแสดงจำนวนประชากรอำเภอสวนผึ้ง จำแนกตามเพศและอายุ ณ 1 กรกฎาคม 2568

แผนภูมิแสดงสัดส่วนประชากร จำแนกตามสิทธิการรักษาพยาบาล ณ 30 กันยายน 2568

ข้อมูลพื้นฐานทางกายภาพ

  1. ข้อมูลหน่วยบริการทางด้านสาธารณสุขอำเภอสวนผึ้ง

เป็นโรงพยาบาลขนาด F2   (60 เตียง)  ยกระดับในวันที่  1  ตุลาคม 2559   มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพในสังกัดโรงพยาบาลสวนผึ้ง จำนวน  7 แห่ง และมีโรงพยาบาลสวนผึ้งนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุขจำนวน 2 แห่ง

ตารางแสดงข้อมูลบุคลากรโรงพยาบาลสวนผึ้ง ณ 31 ตุลาคม 2568

2. จำนวนสถานประกอบการทางด้านสุขภาพในอำเภอสวนผึ้ง

 

ประเภทสถานประกอบการ

จำนวน

ร้านขายยา ขย.1

7

ร้านขายยา ขย.2

1

ร้านขายยาแผนโบราณ

1

ร้านขายยาสำหรับสัตว์

1

คลินิกเวชกรรม

1

คลินิกพยาบาลและการผดุงครรภ์

3

คลินิกแพทย์แผนไทย

2

คลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์

1

คลินิกกายภาพบำบัด

1

คลินิกทันตกรรม

1