Login    Facebook Sphospital  
หน้าหลัก เกี่ยวกับเรา บริการจากเรา รับเรื่องร้องเรียน กระดานสนทนา ผลงานดีเด่น

สธ.ห่วงหน้าฝนไข้เลือดออกระบาด คร่าชีวิตคนแล้ว 42 ราย
ภาพประกอบข่าว
เมื่อวันที่ 6 ก.ย. นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในประเทศไทยว่า ยังน่าเป็นห่วง เพราะหลังจากฝนตกได้เกิดแอ่งน้ำขัง หรือน้ำขังตามภาชนะต่างๆ กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุง ซึ่งจากข้อมูลการเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออกตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-4 ก.ย. 2555 พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสะสม จำนวน 38,500 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 60.27 ต่อประชากรแสนคน และมีผู้เสียชีวิต 42 ราย โดยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย จากจังหวัดพิษณุโลก นครปฐม สมุทรปราการ สุรินทร์ และจังหวัดแพร่ จังหวัดละ 1 ราย เมื่อแยกเป็นรายภาคที่มีจำนวนผู้ป่วยมากที่สุด ได้แก่ ภาคกลาง จำนวน 14,505 ราย รองลงมาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10,990 ราย ภาคใต้ 6,761 ราย และภาคเหนือ 6,244 ราย ตามลำดับ แต่เมื่อคิดจากอัตราป่วยจะพบว่า ภาคใต้มีอัตราป่วยมากที่สุด คือ 76.03 ต่อประชากรแสนคน และตลอดปี 2554 ที่ผ่านมาทั่วประเทศมีผู้ป่วย จำนวน 65,971 ราย เสียชีวิต จำนวน 59 ราย

สำหรับกลุ่มเด็กเล็กผู้ปกครองต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะเด็กยังไม่สามารถบอกอาการของตัวเองได้ ผู้ปกครองควรใช้วิธีสังเกตอาการของเด็กอย่างใกล้ชิด หากบุตรหลานป่วยมีไข้มากกว่า 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป เมื่อเช็ดตัวและกินยาลดไข้แล้วไข้ยังไม่ลดนาน 2-3 วัน มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร หน้าแดง ปวดเมื่อยตามร่างกาย ซึ่งเป็นอาการเบื้องต้นของไข้เลือดออก ไม่ต้องรอให้เกิดจุดเลือดใต้ผิวหนัง ให้รีบไปพบแพทย์เจาะเลือดก่อนที่ผู้ป่วยจะเกิดอาการช็อกและเสียชีวิต ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่ง ไข้เลือดออกมักจะไม่มีอาการไอ ไม่มีน้ำมูก ซึ่งเป็นข้อแตกต่างจากการเป็นหวัด เว้นแต่จะเป็นไข้ทั้งสองชนิดในเวลาเดียวกัน อาจจะมีอาการทั้งไอและมีน้ำมูกด้วย และหากเป็นไข้เลือดออกแล้ว ช่วงที่ไข้ลดลงในวันที่ 3-4 แต่ผู้ป่วยซึมลง กินหรือดื่มไม่ได้ให้รีบกลับมาพบแพทย์เพื่อรักษาให้ทันท่วงที

นอกจากนี้ ยังออกมาตรการในการควบคุมโรคไข้เลือดออก 5 ด้าน ดังนี้ 1.การเฝ้าระวังควบคุมโรคในทันทีที่พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก 2.ป้องกันไม่เกิดโรคซ้ำหรือเพิ่มมากขึ้น 3.การเข้าถึงบริการรักษาต้องเป็นไปอย่างรวดเร็วเพื่อลดการป่วยตาย 4.การสื่อสารความเสี่ยงต้องชัดเจนและทั่วถึง เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานให้ความสำคัญและเกิดความร่วมมือ 5.การร่วมมือกับภาครัฐส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ซึ่งทั้ง 5 มาตรการดังกล่าวต้องอาศัยเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วน และประชาชนดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อลดจำนวนการป่วยตายจากโรคไข้เลือดออกของประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนร่วมมือป้องกันโรคไข้เลือดออก โดยเร่งรัดมาตรการปราบยุงลายพาหะของโรคด้วยวิธี 5 ป ได้แก่ ปิดฝาภาชนะใส่น้ำให้สนิท เปลี่ยนน้ำในภาชนะที่ปิดฝาไม่ได้ทุก 7 วัน ปล่อยปลากินลูกน้ำ ปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้สะอาด ไม่รกรุงรังและไม่ให้เป็นที่เกาะพักและเพาะยุงลาย สุดท้ายปฏิบัติตามมาตรการเป็นประจำต่อเนื่องทุก 7 วัน นอกจากจะดำเนินการปราบยุงแล้ว ต้องระวังไม่ให้ยุงกัด เช่น ทาโลชั่นป้องกันยุง นอนในมุ้ง หรือห้องมุ้งลวด หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่มืดๆ หรือที่มียุงมาก
โพสต์โดย admin
โรงพยาบาลสวนผึ้ง เลขที่ 152 หมู่ 5 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี 70180  โทร. 0-3273-1800-2 โทรสาร 0-3273-1818  อีเมล์ sph.hospitals@gmail.com   พัฒนาโดย ศูนย์คอมพิวเตอร์